Yongyot's profileSuper HeroPhotosBlogLists Tools Help
August 08

The Road ... Is Always There

 

 

路...一直都在 

 lu...yi zhi dou zai

ถนนสายนี้...ยังคงอยู่ตรงนั้นตลอดไป

 

穿过人潮汹涌     灯火栏栅     没有想过回头

chuan guo ren chao xiong yong deng huo lan zha mei you xiang guo hui tou

เดินผ่านคนมากมาย แสงไฟอยู่รอบตัว ไม่เคยคิดจะหันหลังกลับ

 

一段又一段走不完的旅程      什么时候能走完
yi duan you yi duan zou bu wan de lv cheng shen me shi hou neng zou wan

การเดินทางที่เดินไปเรื่อย ๆ ไม่มีวันจบสิ้น เมื่อไหร่ถึงจะเดินจนจบ

 

我的 梦代表什么       又是什么让我们不安
o wo de meng dai bian shen me you shi shen me rang wo men bu an

โอ้ ความฝันของผมบ่งบอกถึงอะไร แล้วคืออะไรที่ทำให้พวกเรากังวล

 

 That's just life  寻找梦里的未来

Thai’s just life xun zhao meng li de wei lai

นั่นก็คือชีวิต ตามหาอนาคตที่อยู่ในความฝัน

 

That’s just life     笑对现实的无奈

Thai’s just lif xiao dui xian shi de wu nai

นั่นก็คือชีวิต ยิ้มให้กับความโหดร้ายในความเป็นจริง


 

不能后退的时候     不再傍徨的时候
bu neng hou tui de shi hou bu zai ban huang de shi hou

เวลาที่ไม่สามารถถอยหลังได้ เวลาที่ลังเลไม่ได้อีก


永远向前 路一直都在
yong yuan xiang qian lu yi zhi dou zai

เดินหน้าต่อไปเรื่อย ๆ ถนนอยู่ตรงนั้นตลอดเวลา

 

穿过一块黎明 一片黑暗     没有想过回头

chuan guo yi kuai li ming yi pian hei an mei you xiang guo hui tou

เดินผ่านช่วงเวลาที่สดใส ช่วงเวลาที่มืดมน ไม่เคยคิดจะหันหลังกลับ

 

一段又一段走不完的旅程     什么时候能习惯
yi duan you yi duan zou bu wan de lv cheng shen me shi hou neng xi guan

การเดินทางที่เดินไปเรื่อย ๆ ไม่มีวันจบสิ้น เมื่อไหร่ถึงจะชิน

 

我的 梦代表什么     又是什么让我们期盼
o wo de meng dai biao shen me you shi shen me rang wo men qi pan

โอ้ ความฝันของผมบ่งบอกถึงอะไร แล้วคืออะไรที่ทำให้พวกเรารอคอยอย่างมีความหวัง

 

看不清的路又算什么      看不清的梦又算什么

kan bu qing de lu you suan shen me kan bu qing de meng you suan shen me

ถนนที่มองเห็นไม่ชัดเจนจะเป็นไร แล้วความฝันที่มองเห็นไม่ชัดเจนจะเป็นไร

 

就算走到尽头又能算什么   能算什么
jiu suan zou dao jin tou you suan shen me neng suan shen me

ถึงแม้จะเดินไปถึงสุดทางจะมีความหมายอะไร จะมีความหมายอะไร

 

That's just life   徘徊到不再徘徊

That’s just life pai huai dao bu zai pai huai

นั่นก็คือชีวิต เดินทางไร้จุดหมายไปเรื่อย ๆ จนเดินต่อไปไม่ไหว


That's just life   重来都不怕重来

That’s just life chong lai dou bu pa chong lai

นั่นก็คือชีวิต ไม่กลัวการย้อนกลับมาอีกครั้ง


 

没有选择的时候     不能选择的时候

mei you xuan ze de shi hou bu neng xuan ze de shi hou

เวลาที่ไม่มีทางเลือก เวลาที่ไม่สามารถเลือกได้

 

永远向前 路一直都在

yong yuan xiang qian lu yi zhi dou zai

เดินหน้าต่อไปเรื่อย ๆ ถนนอยู่ตรงนั้นตลอดเวลา

January 10

ดอกไม้กับจักรยาน

ดอกไม้...บานได้...หุบได้...หุบแล้ว...บานได้
 
มิตรภาพ  บานได้  หุบได้  หุบแล้ว  บานยาก
 
ดูแลมันไว้...บานได้.....อย่าให้หุบ
 
          จักรยานของเรา...เธอปั่น...ฉันซ้อน
เธอเหนื่อย  ฉันผ่อน  เธอซ้อน  ฉันปั่น
         วันนี้ไม่มีเธอฉันปั่นทั้งวัน ฉันเหนื่อย  ใครปั่น
....เธอปั่น......ใครซ้อน......
January 04

ใครคนหนึ่งในคืนหนาว

ไม่รู้จริงๆ ที่ทำลงไป ไม่รู้จริงๆ ทำเธอเสียใจ
อาจเพราะฉันคิดผิดไป ปล่อยตามอารมณ์ไปทุกอย่าง
ผิดไหมที่ทำตามใจตัวเอง ที่ขอให้เธอเป็นคนสำคัญ
ผิดไหมที่คิดผูกพันกับเธอที่เดินมาทีหลัง

แต่ความจริงที่เราเผชิญรักนั้นมีได้เพียงสองคน
แต่เธอก็ยอมแม้ฉันยังมีอีกคนในใจ
และสิ่งหนึ่งที่ฉันเพิ่งรู้ รักที่เธอต้องอยู่ไปช้ำไป
อดทนมานานใช่ไหมที่รักกันมา

หากวันนี้เธอเลือกจากไป อยากให้รู้ว่าฉันขอโทษจากใจ
ที่ปล่อยตัวไปตามหัวใจ จนลืมคิดไปว่าฉันมีใครอีกคน
ให้โอกาสตัวฉันสักครั้งก่อนไป อยากเก็บความทรงจำดีๆ
เพื่อฉันจะจำเพียงเธอเรื่อยไป ไม่ลืมว่าใครทำให้ฉันมีความสุขเหลือเกิน

อาจคิดเอาเองว่าไม่ใช่รัก อาจคิดว่าฉันคงเพียงแค่เหงา
เธอคิดว่าฉันต้องการแค่ใครสักคนคั่นเวลา
ต่างรู้ว่าควรวางตัวยังไง แต่รักก็ทำให้เราพลาดไป
กลับเผลอให้รักหมดใจ ไม่ควรเกินเลยต่างก็รู้

แต่ความจริงที่เราเผชิญรักนั้นมีได้เพียงสองคน
แต่เธอก็ยอมแม้ฉันยังมีอีกคนในใจ
และสิ่งหนึ่งที่ฉันเพิ่งรู้ รักที่เธอต้องอยู่ไปช้ำไป
อดทนมานานใช่ไหมที่รักกันมา

หากวันนี้เธอเลือกจากไป อยากให้รู้ว่าฉันขอโทษจากใจ
ที่ปล่อยตัวไปตามหัวใจ จนลืมคิดไปว่าฉันมีใครอีกคน
ให้โอกาสตัวฉันสักครั้งก่อนไป อยากเก็บความทรงจำดีๆ
เพื่อฉันจะจำเพียงเธอเรื่อยไป ไม่ลืมว่าใครทำให้ฉันมีความสุขเหลือเกิน

หากวันนี้เธอเลือกจากไป อยากให้รู้ว่าฉันขอโทษจากใจ
ที่ปล่อยตัวไปตามหัวใจ จนลืมคิดไปว่าฉันมีใครอีกคน
ให้โอกาสตัวฉันสักครั้งก่อนไป อยากเก็บความทรงจำดีๆ
เพื่อฉันจะจำเพียงเธอเรื่อยไป ไม่ลืมว่าใครทำให้ฉันมีความสุขเหลือเกิน
December 08

บนเส้นทางที่ร่วมเดินด้วยกันในต่างแดน

    อ่ะหนึ่ง..สองสาม..สี่ ถึงเวลาจะต้องเดินทางอีกแล้ว
การเดินทางที่เหมือนจะวางแผน..แต่ก็ไม่มีแผน
นี่แหละที่เขาเรียกว่าตายดาบหน้า
ขุนศึกทั้ง 4 โดยมีแม่ทัพใหญ่เป็นเถิก และเหล่าสหายถก เถิ่ง และถึก ได้เวลาออกรบแล้วล่ะ
(*หมายเหตุ เถิก=อาร์ม, ถก=บุ๋มบิ๋ม, เถิ่ง=ป้าปิ๋ม และถึก=ยอด)
 
เชียงใหม่--->ปาย(แม่ฮ่องสอน)--->เชียงราย--->ระยอง
การเดินทาง 12 วันกับอีก 12 คืน
 
เมื่อวันหนึ่ง 22 พ.ย. 50
เหล่าทหารกล้ารวมพลที่บ้านบุ๋ม พร้อมกับกินข้าวเย็น ท่ามกลางวงล้อมของแม่ และบรรดาพี่ๆบุ๋มบิ๋ม
จากนั้นเราทั้งสี่ก็มุ่งหน้าสู่หมอชิต แล้วหารถต่อไปยังเชียงใหม่..เจ้า 
เหลือแค่รถ 999 รอบสี่ทุ่มโน่น ดึกไปนิดแต่ก็ไม่มีทางเลือก
หมดไปอีก 403 บาท ค่ารถ วันต่อไปจะหมดอะไรอีกเปล่าเนี่ย ขนขาเริ่มจะหลุดแล้วว่ะ
 
ก็ถึงวันสอง 23 พ.ย. 50
ตื่นเช้าบนรถทัวร์ ด้วยกลิ่นปากอันสดชื่น หันหน้าออกไปด้านนอก หมอกขาวเต็มสองข้างทาง
หลับตาลงอีกครั้ง ลืมตาอีกทีก็ถึงเชียงใหม่แล้ว
หาที่กิน คิดหาที่พัก กลับมืดแปดด้าน เลยหาตัวช่วยดีกว่า
นับว่าโชคยังเข้าข้าง ได้พักฟรีกับหอของเก็ต(ลูกพี่ลูกน้อง) ต้องขอยกความดีให้เก็ตด้วย
จากนั้นเดินทางต่อไปไหว้พระธาตุดอยสุเทพ เดินชิวจนเกือบสี่โมง จนสองแถวที่จ้างมาเริ่มเคือง
ลงจากดอยก็มุ่งไปที่ท่าแพ ทันขบวนยี่เปงพอดีเลย แบบไม่ได้นัดหมาย
ขบวนโคม เต็มไปด้วยผู้คน บ้างรำ บ้างร้อง บ้างเล่นดนตรี ก็เพลินดีไปอีกแบบตามฉบับชาวเหนือ
บุ๋มได้โคมมาใบ พวกเราเลยระบายคำอธิฐานบนโคมแล้วปล่อยสูงริ่วขึ้นบนฟ้า
และเราก็เดินแล้วก็เดิน รอบๆเมืองก่อนกลับหอมาพักผ่อน
 
เที่ยวต่อวันที่สาม 24 พ.ย. 50
พระอาทิตย์ขึ้นเกือบตรงหัว...เหล่าทหารกล้าตบเท้าออกจากหอ
มุ่งหน้าหาที่กินเป็นอันดับแรกด้วยความหิว
ป้าปิ่มหิวจนหน้ามืดสั่งข้าวมาเต็มโต๊ะ ส่วนบุ๋มยังคงหลับทั้งยืน เหลือไอ้อาร์มนั่งหน้าตึงเพราะปวดท้องตั้งแต่เมื่อวาน
วันนี้เป็นทัวร์ธรรมมะสุดทรรษา เริ่มจากวัดโลกโมฬี วัดเชียงมั่น วัดเจดีย์หลวง วัดพันเตา วัดพระสิง วัดช้างล้อม แอบเยอะนะเนี่ย
เที่ยวครั้งนี้เอาซะ ลำแสงแห่งธรรมออกหัวกันทั่วหน้า
งานนี้เหนื่อยสุดๆเลย เพราะเล่นเดินอ้อมเมืองทั้งวัน
สุดท้ายเลยตัดสินใจเช่ามอไซด์ขับ จะได้ช่วยประหยัดแรงซะหน่อย
ตกดึกดูขบวนแห่กระทงเล็กริมน้ำปิง ดูพรุ ดูโคมเต็มท้องฟ้าเลยล่ะ สวยดีแต่แอบตกใจประทัดตลอดเลยอ่ะ
อาร์มหิวจนตาลาย เลยออกมากินข้าวต้มรอบดึกกัน ก่อนหันหลังกลับไปหอ
 
วันที่สี่ 25 พ.ย 50
เช้านี้เลือกที่จะขับมอไซด์ออกนอกเชียงใหม่ไป อ.แม่ริม
ขับไป สั่นไป หนาวสุดๆ
จุดมุ่งหมายที่ "น้ำตกแม่สา"
พอถึงน้ำตก แต่ต้องเดินอีกไกลอยู่
น้ำตกสวยน่าเล่น แต่เพื่อนดันเพลีย
ซวยเลยตูแบกของมาซะหนักแต่กลับไม่ได้เล่นน้ำ
กลับก็กลับว่ะ...เหล่านักบิดก็เดินทางต่อไปงานพืชสวนโลก
แดดเริ่มร้อน...ทางก็ไกล งอมเลยตู
ตื่นเต้นจังต้นไม้สวยเต็มไปหมด...แต่เสียดายเพื่อนไม่คึก ตูเลยหงอย
เดินสักพัก เพื่อนเริ่มคึกจนน่ากลัวโดยเฉพาะไอ้อาร์ม มันหลอกเด็กวิ่งกระจายหนีเข้าป่า
เริ่มค่ำแล้วเราทั้งสี่รีบบิดกลับไปตัวเมือง
ไปเดินไนท์บาร์ซาร์ เพื่อหาร้านถ่ายรูป แบบว่าเป็นเจ้าเมืองเชียงใหม่
แต่ราคาสุดจะแพง... เราเลยขอเป็นขี้ข้าเหมือนเดิมจะดีกว่า
จากนั้นไปต่อกันที่ถนนคนเดินอยู่พักใหญ่...อาร์มเลิกคึกเพราะเริ่มปวดท้อง ทำตึงใส่เพื่อนๆ อีก
ด้านบุ๋มเริ่มคึก หันมาแกล้งปิ๋มกับอาร์มกลางถนนคนเดิน
อาร์มติสแตกเดินหนีไป เพื่อนเป็นงง แต่งานนี้กูไม่เกี่ยวแค่เป็นช่างกล้อง อย่าจะบอกดังๆ "กูไม่รู้...กูเปงบ้า"
เดินกันนานจนแม่ค้าเก็บกันหมด คงเป็นเวลาาแล้วล่ะคับที่จะกลับห้องนอน
 
เข้าสู่วันที่ห้าแล้ว 26 พ.ย. 50 
ตัดสินใจเปลี่ยนใจกระทันหัน...เปลี่ยนไปปายกันในวันนี้ แทนที่จะไปเชียงราย
แต่เช้าว่างกัน...เลยขับรถออกล่าเสื้อทีมเมืองเชียงใหม่
ขับวนไป วนมาถึงสองรอบ แต่ไม่เจอเสื้อที่ต้องการกันสักที
เลิก เลิก เลิก .... กลับห้องไปเก็บของไปปายดีกว่า
ได้รถตู้รอบบ่ายสองครึ่ง ในราคา 190 บาท
ทางขึ้นสูงและชันโหดได้อีก นอนไม่หลับเพราะยังคึกอยู่
มองด้านข้างเห็นแต่อาร์มนอนเอาเถิกโขกกระจกอยู่โป๊กๆ
ในที่สุดก็มาถึงเอาซะค่ำ...มืดแล้วอ่ะหาที่พักยังไม่ได้เลย
เดินสักพักก็มาเจอบ้านครูเที่ยง ตกลงนอนที่นี่แหละแล้วค่อยหาใหม่
ท้องเริ่มร้อง..ได้เวลาออกหากิน
เดินเล่นไปหาของกินรอบๆ เมืองจนมาจบที่บะหมี่สุดอร่อย
เดินเลือกหาของฝากตามตัวเมืองอย่างหนุกหนาน
ก่อนกลับไปเล่นสลาฟ...เพราะใบสั่งของสองสาว
ทำไมตูเป็นแต่ทาสตลอดเลยว่ะ... เลิกดีกว่ากลับห้องนอน
 
วันที่หกแล้วไวเหมือนโกหก 27 พ.ย. 50
ตื่นแต่เช้าออกเดินเล่นกลางสายหมอกอยู่คนเดียว...เพื่อนยังคงนอนอุ่นใต้ผ้าห่ม
เดินไปเรื่อย เดินเรื่อยเปือย ไปเรื่อยๆ เมื่อเริ่มเมื่อยก็กลับหลังเดินกลับห้อง
กลับไปปลุก ฉุดกระชาก เหล่าเพื่อนๆ จากผ้าห่ม
ออกไปหาเช่ามอไซดื แล้วย้านบ้านพักกันแต่เช้า
เกิดไรขึ้นกับกูอีกนะ...ทำไมตูจึงมึนหัว เลิกคึกเลย
ในช่วงเช้าขับรถเที่ยวไปตามวัด ทั้งวัดหลวง วัดน้ำฮู และจบลงที่หมู่บ้านจีน
ซวยอีกแล้ว ถูกบังคับให้นั่งชิงช้า หมุนซะตูมึนหนักยิ่งกว่าเก่า
ตกบ่ายขับมอไซด์มุ่งหน้าไปบ่อน้ำร้อนบ้านท่าปาย ไปต้มไข่ อาบน้ำแร่สบายจัง
อาบจนเพลินจนเกือบลืมไปดูพระทิตย์ตก
รีบเช็ดตัวเดินทางต่อไปพระธาตุแม่เย็น
รีบบิดรถกะให้ทันพระอาทิตย์ตก ฟ้าเริ่มมืดจนมิดดับสนิท
ในที่สุดก็มาถึงบนยอดเขา...แต่ฟ้ามืดหมดแล้วเลยอดดู
เสร็จแล้วก็กลับไปเดินต่อในตัวเมือง ..แวะไปต่อที่ห้องภาพสุดแนว
และก็หาซื้อเบียร์เตรียมสังสรรในคืนนี้
หนาวก็หนาวเบียร์ก็เยอะ ป้าปิ๋มเริ่มรั่วพูดไม่หยุด ส่วนบุ๋มบิ๋มได้อัฟเกรดการดื่มจนสำเร็จแล้ว
ส่วนเจ้าเถิกบอกไม่เมา แต่ก็นั่งไม่ไหวจนตกเตียง ส่วนกูเริ่มเมา เลยรีบหนีไปนอน ก่อนรั่ว
 
ถึงแล้ววันที่เจ็ด 28 พ.ย. 50
ยอดกับอาร์มออกแต่เช้าไปร้านซักผ้า...หลังจากนั้นก็ไปต่อที่พระธาตุแม่เย็นเพื่อฆ่าเวลาตอนสาวๆ อาบน้ำ
เช้านี้เราก็คงยังไม่รู้จะไปไหนเลยออกมาถาม แม่บ้านที่บ้านพัก
เป็นอันว่าเราเลือกไปเที่ยวถ้ำรอดกันวันนี้
กว่าเราจะได้เริ่มออกเดินทางก็บ่ายครึ่งแล้ว
วันนี้เราแอบต้องเดินทางไกลกว่าร้อยโลฯเชียวด้วยมอไซด์
ทางขึ้นเขามันเริ่มชัน อีกทั้งเต็มไปด้วยโค้ง
ในที่สุดก็มาถึงโค้งหักศอก...ตรงจุดเกิดเหตุ ตูปิดรถเต็มที่แต่ไม่ไหว เริ่มรู้สึกรถเริ่มถอยเลยรีบกางขายั้งมอไซด์ไว้
หันกลับมาดูอีกคันที่ตามหลังอยู่ไม่ไกล
โอ้อนิจจา... ทั้งที่เห็นแต่ก็ช่วยไรไม่ได้
ไอ้อาร์มบิดเต็มทีมาเหมือนกัน แต่เครื่องสู้ไม่ไหวไหลลงคูน้ำข้างทาง
บุ๋มค่อยไหลจากเบาะหลัง ก้นกระแทกกับถนนกลิ้งลงเขา
ส่วนไอ้เถิกก็ถูกหน่วงไปกับรถวัดพื้นถนนริมข้างทาง
มันก็แปลกว่าทำไมมึงหัวเราะ...ซวยเลยตูภาพติดตา เลยคราวนี้
การสูญเสียคราวนี้คือบุ๋มเจ็บก้น อาร์มเป็นแผลเล็กน้อยที่ขา
กระบะรถแตกเล็กน้อง จอแอลซีดีวีดีโอตัวใหม่ร้าว
ไม่เป็นไรล้มแล้วลุก ขับกันต่อไปจนถึงถ้ำรอด
จ้างคนนำทางเที่ยวล่องแพ ปีนถ้ำแอบมันส์นะเนี่ย
กว่าจะเสร็จ กว่าจะกินข้าวก็ค่ำแล้ว
ต้องขับรถกลับขึ้นเขาอีกแล้วหรอ ทางทั้งมืดทั้งน่ากลัว
มอไซด์น้อยวิ่งผ่านความมืด กลางป่าใหญ่ มุ่งหน้ากลับสู่ปาย
 
พักยกมานาน ก็ถึงเวลาเริ่มเดินทางอีกรอบแล้วอ่ะดิ
พร้อมจะไปกันแล้วหรือยัง...
อ้าว! ก้าวเท้ามาพร้อมกันเลยคร๊าบบบ
 
เริ่มอีกครั้งเช้าวันที่แปด 29 พ.ย. 50
โบกมือลาเมืองปายแต่เช้า รีบไปคืนรถแล้วรีบหนีเพราะกลัวเค้าเห็นร่องลอยบนมอไซด์
กลับมาถึงเชียงใหม่อีกครั้ง พร้อมเดินหน้าต่อไปเชียงรายด้วยรถกรีนบัส รอบ 11.30
กว่าจะถึงเชียงรายก็สี่โมงแก่ๆ ขณะนั้นยังคงนั่งมึนกัน หาที่ไปยังไม่เจอ
สุดท้ายก็ได้โรงแรมสยาม บรรยากาศแบบโรงแรมดั้งเดิมประมาณ 50 ปีที่แล้ว แต่ก็ถูกดี
วันนี้ยังไม่สิ้นสุด พวกเราก็ยังมุ่งหน้าต่อไปยังวัดร่องขุ่น พระอาทิตย์เกือบลับขอบฟ้าพอดี
เที่ยวเพลินจนมืด กว่าจะหารถกลับเข้าเมืองเกือบไม่รอด
สาวๆ ยังคงมีแรง หารู้ไม่ผมนั้นหิวสุดขีด แต่เราก็คงยังเดินเที่ยวต่อที่เชียงรายไนท์ฯ
เดินไปเดินมาก็ถึงร้านหมูกระทะ เหมือนกับว่าเจอแสงสว่างที่ริมอุโมงค์ และแล้วก้ได้กินข้าวเย็น หุหุหุหุ
นั่งกินกันพักใหญ่ จนหนังท้องตึงจนเกือบแตก ป้าปิ๋มชวนเพื่อนกลับไปไนท์ พวกเราจึงต่างอุ้มท้องเดินต่อไปไนท์
คืนนี้เหล่าสหายทั้งสี่ ต่างรีบหลับเพราะพรุ่งนี้ต้องสู้ศึกแต่เช้าตรู่
 
 
 
***โปรดติดตามตอนต่อไปเร็วๆ นี้***
 
 
 
 
 
 
 
November 12

รอยเท้าแห่งมิตรภาพ... บนเส้นทางของทิวสน

               ในคืนหนาวอันเงียบสงบ ผมไม่สามารถหลับตาลงได้สนิท เพราะเสียงเต้นของหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้น อีกไม่กี่ชั่วโมงแล้วล่ะซิ ผมคงได้เจอเพื่อนๆ ในที่ที่ผมรักที่สุดในชีวิต ผมลุกขึ้นหุงข้าวตั้งแต่ตีสอง พร้อมจัดเตรียมเสบียงให้กับเพื่อนๆ ไปกินกันบนภูกระดึง สงสัยผมคงตื่นเต้นมากไปหน่อย ขนาดหุงข้าวยังปล่อยให้หม้อไหม้เลย แต่ก็พอกินได้อยู่ ปิ๋มและผมช่วยกันบรรจุไข่ต้ม หมูแดดเดียว และข้าวเหนียวเป็นถุงๆ ให้ครบเพื่อนๆ ทั้งสิบ เช้านี้แม่ตื่นแต่เช้ามานั่งรอ เพื่อส่งปิ๋มกับผมไปยัง บขส. เราได้นั่งรถตี 4 ผมทอดสายตาไปมองสิ่งต่างๆ ในข้างทางจนเผลอหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า เมื่อผมลืมตาขึ้นฟ้าก็เริ่มสว่างแล้ว ผมจึงรีบคว้าโทรศัพท์โทรหาอาร์ม และก็ได้รู้ว่าเพื่อนๆ ทุกคนถึงผานกเค้าแล้ว หลังจากนั้นไม่นานนักรถบัสก็เข้าจอดบริเวณผานกเค้า ผมดีใจอย่างบอกไม่ถูกเมื่อได้เห็นหน้าเพื่อนๆอีกครั้ง ผมเริ่มนับสมาชิก ก็มี แพร เนม อาร์ม กอล์ฟ บุ๋ม ฟิล์ม อ๊อฟ ยุ้ย และ ปิ๋ม กับ ยอด เรานั่งสองแถวต่อไปยังอุทยานฯ ความสนุกที่ผมรอคอยมาถึงแล้วคร๊าบ
 
วันจันทร์ที่ 5 พ.ย. 50
"จุดหมายอยู่แสนไกล แต่เส้นทางสู่จุดหมายมักเต็มไปด้วยเรื่องราวที่สุดแสนจะบรรยาย"
 
เหล่าบรรดาผู้พิชิตภูกระดึงทั้ง 10 จัดแจงจ่ายค่าธรรมเนียม และสัมภาระก่อนตบเท้าขึ้นภูฯ เวลา 8.30
กว่าจะผ่านได้แต่ละ"ซำ"หอบแดกเลย สงสารพวกมึงว่ะ แต่สู้ๆนะอีกนิดก็ถึงแล้ว แค่โค้งข้างหน้า
ทำไมไม่ถึงสักทีล่ะ กูก็เริ่มเหนื่อยเหมือนกัน
ถึงแล้วหลังแป...ถ่ายรูปป้ายผู้พิชิตกันใหญ่เลยนะ อย่างนี้ซิถึงหายเหนื่อย
แต่ว่า... เราต้องเดินต่ออีกเกือบ 4 โล รีบเดินเร็วเดี๋ยวค่ำก่อนหรอก
ถึงแล้วอ่ะ ที่พัก  แต่ละคนช่วยกันสร้างอาณาจักร บ้างก็ขนน้ำ บ้างก็กางเต็นท์ บ้างก็หาอาหาร
พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าเร็วจัง ถึงเวลาทากน้อยออกทำงาน
หลับก่อนนะเพื่อนๆ ค่อยเจอกันใหม่พรุ่งนี้เช้
วันอังคารที่ 6 พ.ย. 50
"บางครั้งเราอาจจะต้องโกหกบ้าง เพื่อให้พบกับสิ่งดีๆ ที่รออยู่"
 
เสียงร้องชายหนุ่มทั้งสาม (กอล์ฟ ยอด อาร์ม) แทรกผ่านความเงียบสงบในตอนตีสาม
อนิจจาหมูป่าพังเต็นท์ตูขาดสามเต็นท์เลย...
หลับต่อไม่ได้แล้วเพราะเจ้าหมูป่าก่อกวน
ไปดูตะวันเช้าวันใหม่ที่ผานกแอ่นดีกว่า...หนาว..ชจัง! เลยยย
กลับที่พัก มาพักยกก่อนเดินทางต่อ
กล่อมเพื่อนเดินเส้นน้ำตกแบบเต็มๆ เพื่อนคงไม่เหนื่อยมากเนอะ
เดินไกลแต่ ไม่ถึงสักที
กำ! เพื่อนจับได้แล้ว... ซวยเลยตู
รู้ว่าเหนื่อย... แต่ก็อยากให้มึงเห็นนะ
เอาล่ะเดินอีกหน่อย ถึงผาหล่มสักเสียที
โอ้!สวยชจัง...อาทิตย์ลับขอบฟ้า อืม!จะได้มาอย่างงี้กับเพื่อนอีกเปล่าเนี่ย
อพยพกัน เดินอีก 9 โลฯ กลับที่พัก หนาวจัง...กลัวผีด้วย หุหุหุ
สิ้นสุดเสียที่ 25 ก.ม. ที่เดินมาทั้งวัน
สาวๆ ซักแห้งหมดเลย แต่หนุ่มๆ ฝืนอาบน้ำสุดแสนเย็น
หลับดีกว่าเหนื่อยมากเลยวันนี้
 
 
วันพุธที่ 7 พ.ย.50
"บางทีการที่เราหยุดพักกันสักนิด ก็อาจจะพบกับสิ่งดีๆใกล้ตัว"
 
เหนื่อยทั่วหน้า ขอพักต่ออีกวันดีกว่าเนอะ
เล่นไพ่ กันทั้งวันเลยเชียว
หนาวจังเสียไพ่โดนถอดเสื้อ ท้าลมหนาว
สี่โมงเย็น เดินไปเล่นน้ำตกกัน
ยุ้ยหัวเราะ หุหุหุ "เนี่ยนะน้ำตก"
ล่อเพื่อนลงน้ำ บุ๋ม แพร ฟิล์ม อาร์ม อืม...ยังหนาวได้อีก
กอล์ฟเกือบหลอกลงน้ำ... แต่ทำหน้าเครียด เลยไม่อยากรังแก
มืดไวจัง...กลับที่พักกันดีกว่า
น่าสงสารเหยื่อทาก ไอ้อาร์มโดนทากดูดซะแล้วเลือดเต็มตีน
หม่ำข้าวเย็น อาบน้ำ เล่นไพ่ โดนเจ้าหน้าที่ไล่ไปนอน
กอล์ฟ ไม่ไหวขอตัวขี้กลางดึก ทากไม่กลัว นี่หรอที่เขาเรียก "วิ่งขี้จุกตูด"
หลับฝันดีนะเพื่อนๆ ทุกคน
พฤหัสที่ 8 พ.ย.
"งานเลี้ยงต้องมีวันเลิกลา การเดินทางย่อมมีที่สิ้นสุด"
 
ตื่นแต่เช้า เตรียมสัมภาระขนลงภูฯ
ยกของฝากลูกหาบช่วยขนลงเขาให้หน่อยนะ
โดด โยกย้าย โพสท่าสวยก่อนเดินทาง
ค่อยๆ เดินลงภู อ้าวก้าว ชิดก้าว เสียวตกเขา
เก็บขยะตามทาง...หวังเอาใบประกาศ
ถึงตีนภูฯ ทันเพลงชาติพอดี
การเดินทางสิ้นสุด... ไปต่อขอนแก่นกันเถอะ   
        
                 กาลเวลาช่างผ่านไวเสียจริง อยากเก็บช่วงเวลานี้ไปนานๆ เสียจริง กาลเวลา ความเหนื่อย ความเสียสละ รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ได้พิสูจน์ความหมายของคำว่า "เพื่อน" มาตลอดการเดินทาง จากวันนี้ไม่รู้อีกนานสักเท่าไหร่ ที่เราจะได้ใช้เวลาดีๆ ร่วมกันอย่างนี้อีก เราก็ขอให้เพื่อนโชคดี แล้วอย่าลืมคิดถึงเราบ้างนะ ในคืนหนาวที่ดาวเต็มท้องฟ้า...
 
 
 
 
 
 
October 28

บังเอิญเหมือนคนดัง

สวัสดีคับคุณผู้อ่านแอลซีทุกท่าน
          เรียนจบกันแล้วก็อย่าให้เงียบหายตามกาลเวลานะครับ วันนี้ผมมีเรื่องอีกแล้วคับท่าน เรื่องมันมีอยู่ว่ากระผมแอบทราบมาว่า หนุ่มใหญ่อักษร"ด"ชื่อจริงอักษร "ส" หนุ่มไฮโซแห่งแอลซี บังเอิญหน้าตาคล้ายกับหนุ่มเกาหลีชื่อดัง "Rain" อันนี้คุณผู้อ่านต้องลองสืบดูอีกทีนะว่าจะเหมือนแค่ไหน หน่วยข่าวกรองยังแจ้งต่อมาอีกว่า หนุ่มน้อยชื่อเล่นอักษร "อ" ชื่อจริงอักษร "ว" บุตรชายของนักการเมืองท้องถิ่น ผมก็ยังไม่แน่ใจว่าเขาคือใคร แต่ศูนย์ข่าวได้แจ้งกับผมว่า ชายผู้นี้ก็ได้เข้าไปเว็ปไซต์นี้เช่นกัน และบังเอิญที่หน้าตาคล้ายนักร้องดัง Jay Cho ...โอ้ทำไปได้ นอกจากนี้ยังอ้างว่าหน้าตาคล้ายหนุ่มเกาหลี และญี่ปุ่นอีกหลายท่าน ทางเราขอสงวนไม่เอ่ยชื่อศิลปินเหล่านั้น เพื่อไม่ให้เสื่อมเสียถึงบุคคลเหล่านั้น.... สุดท้ายนี้ทางสำนักข่าวยังได้จัดรูปดาราประจำแอลซีทั้งหลาย ไปเทียบกับเหล่าศิลปินดังกล่าว จะเหมือนไม่เหมือนอย่างไรโปรดใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจอีกทีนะครับ
 
*หมายเหตุทางสำนักข่าวยอดมนุษย์ ไม่ได้มีความประสงค์ทำให้ท่านเสื่อมเสีย หรืออับอายแต่อย่างไร เพียงแต่อยากให้ท่านทั้งหลายมีรอยยิ้มในวันว่างอันแสนเหงา แล้วเจอกันฉบับหน้าครับผม
October 19

หัวข้อการพูดคุย ทางแยกกับก้าวต่อที่ต้องเดิน...

 

ข้อความ

ทางแยกกับก้าวต่อที่ต้องเดิน...


 

ชีวิตนิสิตจากบ้านนอกมาอยู่ในเมืองกรุง....
 
ชีวิตช่างเต็มไปด้วยสีสันตลอดเส้นทาง
 
บางครั้งก็สดใสด้วยร้อยยิ้ม
 
บ้างก็เศร้าหมองคลอน้ำตา
 
แต่ก็ยังโชคดี ที่อย่างน้อยก็ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่ง
 
ที่คอยเดินเคียงข้างกันไปตลอดเส้นทาง
 
แต่ท้ายสุดเราก็ต่างเดินทางมาถึงทางแยก...
 
บ้างก็เลี้ยวซ้าย บ้างก็เลี้ยงขวา บ้างก็เดินหน้า
 
แต่คงไม่มีใครที่จะสามารถถ้อยย้อนกลับ
 
ส่วนตัวผมก็ยังต้องเดินหน้าต่อไปบนทางที่ยังไม่เห็นจุดหมาย
 
ก่อนที่เราต่างต้องแยกลากัน...
 
เพื่อนคนนี้ก็ขอขอบคุณสีสันที่ทุกคนร่วมกันเติมแต่งครั้งหนึ่งเมื่อวันวาน
 
สิ่งดีๆ ยังคงรออยู่ที่ก้าวต่อไปของฉันและเธอ
 
ลาก่อนก่อนเพื่อนรัก...แล้วสักวันเราคงได้ก้าวกลับมาเจอกันใหม่
 

Radio

Loading...
No list items have been added yet.

Super Hero

Following my dream: Dream hunter!

Yongyot Suwongchan

Occupation
No list items have been added yet.
There are no music lists on this space.